KoikO7's profileO。・ mY puRe LifE ・。OPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
O。・ mY puRe LifE ・。ONo Fake right here.・No feaR 2b ur Own February 15 St' Valentineฮะ...กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก.... ใครหลายคนก็คงจะกะหนุงกะหนิงกุ๊กกิ๊กกิ๊วก๊าวเปรี๊ยะปร๊ะสลัมโต้ว...พอละภาษาไรของกูเนี่ย กูก็อิดฉาซะพูดไม่เป็นเลยแม่ง..เอาเป็นว่าคงจะสุขขีทั่วกันในวันวาเลนไทน์ แต่กรู.....นั่งเสพความเหงาหนาวเหน็บตามลำพังอยู่ในห้อง... เจ๊สแม่มเอ๊ย.....วงเวียนชีวิตเหี้ยๆ.....ถ้าสมเภชก็เอาเลขที่บัญชีกูไปบริจาคค่าตั๋วเครื่องบินได้ กูมันลิงโสดโฉดๆตัวนึงสมควรแล้วที่จะอยู่คนเดียว....กร๊ากๆๆๆ เฮ้ยยย...อย่าๆๆๆอย่าเพิ่งคิดว่ากูไม่มีใครจีบ...มีมีมี....ไม่ใช่ไม่มี... แหม....มันก็มีบ้างงงงงง......แต่แม่มมมมมม......ไม่ค่อยจะปกติกันเล๊ย.......
ช่วงนั้นหลอกตัวเองเป็นสาวออฟฟิศ.... ระหว่างที่ไอ้ลิงแว๊นในคราบสาวออฟฟิศกะลังเดินไปทำงาน “โทดนะคับ” กรูเงียบในใจนึก (สัดเอ๊ยแม่มมาขายเหี้ยไร) “เอ่อ...ทำงานแถวนี้หรอคับ” “ค่ะ” กรูพยักหน้าพร้อมส่งสายตามึนงงไปให้มันหนึ่งที “พี่ก็ทำอยู่แถวนี้เหมือนกันเลยอยู่ตรงไหนอ่ะคับ” “ไกลค่ะ” (สัดเอ๊ยเมิงจะขายเหี้ยไรเนี่ย) กรูเร่งฝีเท้า “หรอ...น่ารักจังพี่รู้จักได้มั้ยคับ” กรูเงียบทำหน้าตาผะอืดผะอม (มึงเป็นเหี้ยอะไรมากป่ะไอ้สัดเอ๊ย...หน้าตามึงขายประกันมากเลย) “พี่พูดภาษาเยอรมันได้ด้วยนะ” “เอ่อ..อ..อ...อ...ออออ...อ....อ” (กรูงง....มึงจะขายดิคชันนารีหรือไร) “พี่เคยไปเยอรมันด้วยนะ..ไปเรียน” “เอิ่ม.. .เอ่อ...ค่ะ.....ดีใจด้วย” (เอ้า....อีเหี้ยนี่เป็นไรมากป่ะเนี่ย...เมิงมาโปรโมทกรูทำไมเนี่ยครวย..เมิงเรียนเยอรมันแล้วกูต้องแต่งงานกะเมิงมั้ยเนี่ย...โห...เล็บขบตีนข้างซ้ายกูยังคิดได้มากกว่านี้เลย) “พี่ชื่อบอมนะชื่อไรอ่ะคับ” “เอ่อ...” (เยสแม่มชื่อบอม....แหม....หน้าตามึงชื่อเสงี่ยมก็หรูแล้วอ่ะแหม...บอม..บอมที่แปลว่าระเบิดอ่ะหรอ...) กูก็สับขาวิ่งแม่งเลยเชี่ย....พูดไม่รู้เรื่อง......กลับเยอรมันไปเหอะครวย....ไอบ้า
อีกราย....อันนี้เป็นทางโทรศัพท์...รายนี้ฮามาก ตรู๊ดดดดด....ตรู๊ดดด..... ตอนนั้นตี4......กูคลำหาโทรศัพ... “ฮัล...โห....ล..” กูเสียงมึนๆงัวเงียรับขึ้นมา....ปลายสายเป็นเสียงวัยรุ่นผู้ชาย..... “ฮัสโหลลลลลลล......ก้อยป่ะคับ” “ใช่....ใครอ่ะ”.....งัวเงียสัดๆ “อะไรอ่ะ....จำเราไม่ได้หรอ....โหยยย.....เราบอยงัย” (ใครวะเหี้ยกูยังไม่รู้เลยมึงเป็นใครแล้วกูจะจำมึงได้มั้ยล่ะไอ้ควาย) “ก้อยยยยยย...ก้อยนอนอยู่หรออออ” “อื้มม” (ไอสัดมึงโทรมาตี4ถ้ากูไม่นอนมึงคิดว่ากูจะขับแท๊กซี่อยู่มั้ยล่ะ) “โหยบอยโทรมากวนก้อยหรอ....ก้อยหลับอยู่บอยโทรมาปลุกใช่มั้ยอ่ะ” “หะหะหะ” กูหัวเราะแหะๆผสมงัวเงีย (บอกอ้อมๆว่าเออสิอีเหี้ยสำนึกก็วางไปซะ) “โห.....แย่เลยแต่บอยว่าก้อยพักผ่อนเพียงพอแล้วนะ...ตื่นมาคุยกะบอยเหอะ...” (เอ้าเยสแม่นี่...มึงเสือกรู้ได้งัยเนี่ยว่ากูพักผ่อนเพียงพอแล้วกูอาจจะเพิ่งนอนก็ได้) “ก้อย....ก้อยยย...ก้อยตื่นแล้วออกมาเจอกันได้มั้ยอ่ะ” (ครวยเหอะคับตีสี่มึงชวนกูไปทำวัตรเช้าหรออีเวน) “ก้อยไม่คุยกับบอยเลย....บอยเสียใจ...” (ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยกูเนี่ยเสียใจกว่ามึงอีกต้องมาฟังเมิงเพ้อเนี่ย) “เอาไว้บอยโทรไปใหม่ดีกว่าบอยไปนอนละ” “บอย.....บอย......บอยชอบก้อยนะ....”
ตรู๊ดๆๆๆๆ แล้วมันก็วางไป........
อะ.....................................................
ไร...........................
มึงต้องการจะสื่ออะไรเนี่ย.....มึงโทรมางอแงงอแง.....แล้วพอมึงง่วง....มึงก็วาง...เอ้อออออออออ.... เมิงคิดถึงจิตใจกูบ้างมั้ยเนี่ย.....มึงเป็นใคร.......กูก็ยังไม่รู้.......เอ้ออออ... โทรมาปลุกกู...แล้วก็มาทำกูงงแล้วมึงก็ไป.......สันดานจิง........มีมั่งมั้ยเนี่ยแบบปกติเนี่ย
อีกราย...อันนี้เป็นชาวญี่ปุ่น... ชวนก้อยจังไปเดท.....โรแมนติกม๊ากมากกกกกกกกก...ชวนไปแดกซุปเต่า......พ่อมึง จะเปิบพิศดารไปไหนกูไม่ใช่หมึกแดง.......ห่า.... แม่งบอกของแพงนะเนี่ย.....อวดอีกสัดเอ๊ย....ขอกูแดกแม๊คจนๆเหอะ....นะ...เฟ้นฟรายกล่องเดียวก็พอ....นะ ห่า.....ใครจะไปกะมึง.....โหย....ไอ้โหดเอ๊ย..... พอกูบอกเฮ้ย....กูไม่กิน....กูเป็นคนรักสัตว์........กูเลี้ยงชินชิล่าด้วยนะ....... พยายามจะสื่อให้ทราบว่ากูรักสัตว์นะ...ถ้าเมิงเป็นคนไม่รักสัตว์เมิงก็ไปซะ..... “ชินชิล่าหรอ....อืม.....ไอ้ตัวที่เค้าเอาขนมาทำเสื้อโค้ทใช่มั้ย...แพงนะน่ะเสื้อโค้ทขนชินชิล่า” โห.....พอเลยอีไฮโซใจไม้ใส้ระกำระยำจิง................
เจอแต่พวกเงี้ย.....กูอยู่คนเดียวดีกว่าป่ะล่ะ.......ห่า......
January 13 สวัสดีปี08...ตั้งกะขึ้นปีใหม่...ผ่านมาไม่ถึงครึ่งเดือน....เรอื่งแม่มก็เยอะเกิ๊น....... เรื่องแรกเลย....ปีใหม่งัย....แน่นอนพลาดได้งัยกับการฉลองปาตี้เฮฮาปาจิงโกะ... ไอ้หวังชื่อเจียงตัวละครเอกในบล็อกกูยังคงเด่นเหมือนเดิมในบล็อกอันนี้... แม่มเอาเหล้า58ดีกรีผสมแสงโสมผสมแอ๊บสลูดว๊อดก้า...ให้พวกกรูซัดโฮก... ไอ้เหี้ยยยยยยยย.....แค่58ดีกรีกะเพาะกรูก็ใสกิ๊งละ....เมิงยังเอาแสงกับว๊อดก้าผสมลงไปอีก ดีกรีแม่งเกิน100แล้วอีเหี้ย.....ดับคับดับ...ชีวิตพวกกูเนี่ยดับ...ย้วยกันทั้งแก๊ง.... ห่า...ปีใหม่เค้าเลี้ยงกันเฮฮา....เหี้ยนี่กะฆ่ากันเลยสาด...ทุพพลภาพกันยกซอย เช้ามาแม่งมาสารภาพว่าเหล้าที่แม่งเอามาเป็นเหล้าที่ทหารชายแดนไว้จิบกินกันแก้หนาว สันดานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน..... พวกกูนักเรียนต่างแดนอีเหี้ยไม่ใช่ทหารชายแดน......แล้วเมิงดูทหารชายแดนอ่ะ...แม่งยังจิบ แล้วสัดเอ๊ยเมิงผสมห่าดอกรวมซะเกิน100ดีกรีแล้วยังเสือกซัดโฮกซัดโฮก..... กูแทบไปสมัครเป็นทหารชายแดนไต้หวันแทนไอ้เหี้ยพวกนั้น... ได้ข่าวว่าตอนนี้ไตกูโทรไปด่าแม่ไอ้เหี้ยหวังเรียบร้อยแล้ว...หึหึหึ... เอียนไปนานกับคำว่า “เหล้า” แค่ได้ยินคำว่าเหล้ากูก็แทบจะวิ่งไปอ้วกละ....ไม่ไหวไม่ไหว.. พวกกูก็ซอมบี้นิวเยียกันไป.....สภาพเยี่งศพ จบจากปาตี้ซอมบี้แล้ว...เรื่องเจ็บๆมันยังไม่จบแค่นี้......หึ..........หึ เมิงคงจะรู้กันว่ากูทำงานอะไร....แต่สำหรับพวกที่ไม่รู้ก็..... ถูกต้อง....กูทำงานแบ๊คแฮนท้ายคอร์ด......อ่ะ...งง...งง.... “เสริฟ”คับพี่น้อง.......เหอะเหอะ....มุกเสี่ยวจัด... กูก็เสริฟๆไปด้วยความสนุกสนาน....ร้านนี้ชิวดีกูชอบบบบบบบ..... และวันนึง.....จุดเจ็บมันก็เกิด..... “กอยจางงง....หยุดล้างจานกอนนนน...ทอมานต้านนนน” เจ้าของร้านลั่นวาจาภาษาญี่ปุ่นใส่กู แปลได้ความมาว่า “ก้อยจังหยุดล้างจานก่อนท่อมันตัน” กูหันหลังมาเห็นน้ำเอ่อออกมาจากท่อที่พื้นนองเต็มตลิ่ง...เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจิงวันลอยกะทง....พอ เจี๊ยบก็เซ็งไม่แพ้กัน...(ไม่รู้ว่าเจ้าของร้านชื่อไรแต่พวกกูเรียกเค้าว่าเจี๊ยบ) กูกะเจี๊ยบช่วยกันลื้อชั้นวางจานตู้เย็นห่าเหี้ยอะไรทั้งหลายออกมา เพื่อที่จะทำการสำรวจสาเหตุของตลิ่งที่อีชายหญิงเมื่อกี๊เข้ามาใช้ลอยกะทง....พอ สภาพฝาท่อ....แม่งสนิมสงครามโลก!!!!!!!! เจี๊ยบส่ายหน้าแล้วบอกว่า... “คงจะไม่ได้เปิดมาเป็น10ปี” เยสแม่เอ๊ยยยยยยยย.....เมิงไม่ได้เปิดมาเป็น10ปีแล้วเมิงจะมาเปิดอะไรวันเน้..... แล้วท่อเมิงเป็นไรมากกกกกกกกกกกกกกกมั้ยเนี่ยเวลาผู้ชายเข้างานเมิงไม่ตันวะไอ้สัด เยสแม่ม...เอาวะ....กูไม่มีทางเลือก... เจี๊ยบงัดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด..... ไม่กระดิก....... เจี๊ยบหาค้อน.....เอาค้อนมางัดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด..... นิ่ง..... ภาพอาแปะญี่ปุ่นอายุราว40ปลายๆยืนต่อสู้กับสนิมสงครามโลกโดยมีอาวุธแค่ค้อนแก่ๆอันนึง กูแทบจะขออนุญาตออกไปโทรศัพท์...โทรหารายการวงเวียนชีวิตมาถ่ายทำ.... “แกร่กกก”...ไม่ใช่เสียงความพ่ายแพ้ของสนิมสงครามโลกแต่ยางใด... มันเป็นเสียงอาวุธน้อยๆของเจี๊ยบหักลง..... ถูกต้อง...ค้อนเจี๊ยบหัก.............. เจี๊ยบนิ่ง...เซ็ง..และหมดหวัง... เดิมบ่นงึมงัมงึมงัม.....เดินออกไปข้างนอกคาดว่าคงไปหาอาวุธใหม่ แต่ข้างนอกจะมีอะไรวะ....นอกจากหุ่นไม้แก่ๆยืนไหว้ท้าแดดท้าฝนอยู่ หรือเจี๊ยบเพ้อจนต้องออกไปนั่งคุยปรึกษากะหุ่นไม้วะ...ฮึ่ย...ก็บ้าเกิ๊น....... ช่างแม่งขี้เกียดคิด....กูหันกลับมามองดูท่อคร่ำครึสนิมสงครามโลกอีกครั้ง..... กูหยิบกรรไกรปลายแหลม......มางัด......ฮึบบบบบบบบบบบบบบบบบ.... “แกร่ก”......เยสแม่มมมมมมมมมมมมม ท่อเปิดดดดดดดดด......เจี๊ยบดีใจดั่งได้แก้วสับขาเข้ามากะโดดกอดกูด้วยความดีใจ ทุกคนดีใจกันมากกกกกกกกกกกกกก..........ยกเว้น..... “กู” เพราะ....เปิดฝาท่อได้...แปลเป็นนัยได้ว่างานใหม่กำลังคอยอยู่..... และปฏิบัติการการรอกท่อก็เกิดขึ้น...... พลันฝาท่อถูกเปิด........หืมมมมมมมมมมมมมมมม...เยสเค่ ก๊าซมีเทนแม่งอัดแน่นความเข้มข้นเกิน100เปอเซ็น....ปะทะเข้าหน้ากูเต็มๆ อ๊อกซิเจนกูเป็นศูนย์....กูคิดถึงเหล้าที่ไอหวังมอมพวกกูอยากจะได้มาสาดใส่ท่อนี้เหลือเกิน หืมมมม....รอกท่อกันไป.....แต่ก็ไม่มีไรดีขึ้นมาเลย....นอกจากเหม็นขึ้นก็เท่านั้น.... ในขณะที่กำลังงึมๆเมาก๊าซมีเทนกันอยู่นั้น “หนู!!!!!!!!!!!” เจี๊ยบตะโกนฟ้องกูว่ามีหนูออกมาจากท่ออ่ะเมื่อกี๊... มันวิ่งหนีไปใต้ที่ล้างจานแล้ววววววววววววว....ก้อยจังๆๆ...เจี๊ยบเริ่มตุ๊ดแตก... ไอ้เหี้ยเอ๊ยอะไรกันนักกันหนาวะท่อก็ตันหนูยังเสือกเข้ามาอีก... กูเอาไฟฉายสาดส่องก้มหาหนูที่เจี๊ยบอ้างว่ามันหนีไปใต้ที่ล้างจาน กูหาๆๆๆๆๆๆสาดส่องแม่งทั้งครัวไม่มีวี่แวว.... “ถ้าหนูออกมาจากท่อก็น่าจะมีรอยเท้านะ”...น้อยหน่าเอ่ย (น้อยหน่าคือหญิงญี่ปุ่นอายุคราวเจี๊ยบเป็นหุ้นส่วนของร้านนี้) กูเห็นด้วยกับน้อยหน่า.....แล้วกูก็เริ่มคิด.... ท่อแม่มตัน.....น้ำแม่มเต็มเปี่ยม.....ถ้าหนูแม่มออกมาจากนี่ได้....แม่มต้องเป็นหนูฉลามนุกแน่ๆ เมิงต้องดำน้ำเก่งมากอ่ะท่อแม่งไม่รู้ยาวถึงไหน...ห่าเอ๊ยแม่มต้องเป็นหนูที่สู้ชีวิตมาก “เอ่อ...หนูมันไม่ชอบน้ำนะคะ...มันไม่น่าจะออกมาได้”กูเริ่มเสริม น้อยหน่าเห็นด้วยกับกู....เจี๊ยบเริ่มกริบ....เพราะเริ่มมีแนวโน้มว่าเจี๊ยบตาฝาดคิดไปเอง “ตอนเห็นได้ใส่แว่นรึป่าว...คงไม่ใช่หนูหรอก...หนูมันออกมาจากตรงนี้ไม่ได้หรอก”น้อยหน่าย้ำ เจี๊ยบเริ่มเบะหน้า...ออกแนวว่านี่กูหลอนจิงๆหรือเนี่ย.... “เอ๊อ...แต่มันอาจจะมีหนูสปีชี่ใหม่ก็ได้นะ”กูพูดให้กำลังใจเจี๊ยบกลัวเจี๊ยบสูญเสียความเป็นตัวเอง เด๋วแม่มไปยืนรำหน้าเกียวโตทาวเว่อแล้วกูจะตกงานซะเปล่าๆ เฮ้อ........................... เหนื่อย.....เพลีย......ง่วง.....ที่สำคัญ.... “เหม็นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน” ความรู้สึกนี้ทำให้พวกกรูยอมพ่ายแพ้กับเหตุการณ์วันนี้...และตัดสินใจกลับบ้านนอน กรูเดินกลับบ้าน...และตัดสินใจจะไม่ใส่เสื้อกระทิงแดงมาเข้างานอีก......... เพราะเค้าคงเห็นว่ากูเป็น “ลูกผู้ชายตัวจิง”.... เพลีย........เหม็น........นอนนนน............. เอาวะจะมีผู้หญิงซักกี่คนที่ในชีวิตนึงมีโอกาสได้... “รอกท่อ” กริ๊งงงงงงงงงงงงงงง......เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนบ่ายสาม... เบอเจี๊ยบ........... “กอยจาง....มาตอนนี้ดายม้าย”แปลว่า “ก้อยจังมาตอนนี้ได้มั้ย” กูรู้ชะตากรรม.....หยิบเสื้อกะทิงแดงมาใส่... และแล้ว...ปฏิบัติการรอกท่อครั้งที่2ก็เริ่มต้นขึ้น....
เจี๊ยบ............กูเจ็บ..........
December 08 ญี่ปุ่น.....ชิไปขุดเจอ...บางคนอาจจะเคยอ่านในเวปมาบ้าง
แต่ก็มีหลายคนที่ยังไม่เคยอ่านเลยเอามาให้อ่านกัน
แน่นอน.....บ่นเหมือนเดิม....ฮ่าๆๆๆๆ
ตอน...ญี่ปุ่น......ชิ..
“ ไอก้อยมันไปเรียนญี่ปุ่นแล้วว่ะ....สาดเอ๊ย...อิดฉาแม่งว่ะกูก็อยากไป.... ” ถูกต้อง...กูมาอยู่ที่ประเทศแห่งความเจริญรุ่งเรือง...แฟชั่นแม่งฟรีสไตร์อิสระเหี้ยๆ...ทุกทุกคนborn to be freeเย่.....ต่อไปนี้กูจะชิ๊ว....กูจะชิวววววววว........ นั่นคือความคิดของคนส่วนใหญ่ที่ยังไม่เคยมา...และกู...ก็เป็นหนึ่งในนั้น....สัดเอ๊ย......ต่อไปนี้จะเป็นความเป็นจิงที่กูเจอมา....เด็กและสตรีมีครรภ์ควรระวังเยาวชนอายุต่ำกว่า18ควรมีผู้ปกครองให้คำปรึกษา.... ประเทศญี่ปุ่น....เย่....ทุกทุกคนบอร์นทูบีฟรี!!!!!!ฮิ้ววววว..... ฟรีก็เหี้ยละ....ตอนนี้ใครแพล่มประโยคนี้ออกมากูกับเหล่าผองเพื่อนจะวิ่งไปกระทืบหน้าแม่งระบายความเก็บกดซักสองทีแรงๆ....กูมาอยู่ที่นี่ปีกะอีกต๋อยนึง....หลายต่อหลายครั้งที่กฎระเบียบของคนชาติหุ่นยนต์บีบบังคับให้กูกับเพื่อนต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ.....ป๊ากับแม่...ถ้าอ่านอยู่ก้อยขอโทษ...ก้อยไม่มีทางเลือก...ฮือออ.....
เวลาเที่ยงคืนกว่า...เพื่อนไต้หวันมากดออด...ได้เวลาแล้วสินะ....เหี้ยเอ๊ย......เอาวะกูไม่มีทางเลือก....กูและมันปั่นจักรยานขาสั่นออกมาในยามราตรี....อากาศหนาวใช้ได้ประกอบกับอาการตื่นเต้น...ทำให้กูกะเพื่อนกูยิ่งสั่นเข้าไปใหญ่....ใกล้ถึงที่หมายแล้วว่ะ.....เฮ้ย....เอางัย.....เปลียนใจยังทันนะเว่ย.....สัดเอ๊ยแต่กูไม่มีทางเลือกนี่หว่า....ถ้าไม่ทำพวกกูจะแย่นะเว่ย....ห่าเอ๊ย....เวลาอันน้อยนิดบีบคั้นให้กูต้องตัดสินใจ...จังหวะนั้นกูรู้สึกเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องตัดเส้นชะนวนระเบิด....มันเป็นความรู้สึกที่เหี้ยจิงๆ......เอาวะไอ้เหี้ย!!!! ถุงพลาสติกใบใหญ่ในมือกูถูกโยนไว้ที่หน้าร้านขายของที่มีถุงขยะใบเล็กใบน้อยวางอยู่ก่อนบ้างแล้ว.....แล้วทำไงต่อล่ะ...ปั่นดิเหี้ยเอ๊ย.....กูรีบสับขาระวิงปั่นจักรยานออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด...ก่อนที่จะมีใครมาเห็นกูกับเพื่อนร่างใหญ่ของกู............กลับมาถึงห้องด้วยอาการหอบแดก....จิบโค้กให้หายกระหาย....แล้วกูก็มานั่งคิด.... “ไอ้เหี้ยเอ๊ย.....กูแค่ออกไปทิ้งขยะทำไมกูรู้สึกเหมือนกูไปส่งฝิ่น!!!” ใช่เว่ย....กูกะเพื่อนแค่ออกไปทิ้งขยะ...เพราะกูไม่รู้จะไปทิ้งที่ไหนเนื่องจากอพาร์ทเม้นกูไม่มีที่ให้ทิ้ง.....เหี้ยเอ๊ย....แล้วกฎมณเทียลบาลที่นี่เขียนไว้ว่าต้องทิ้งขยะตามวันที่กำหนด.....ซึ่งกูก็ไม่รู้ว่าแค่ทิ้งขยะแค่นี้มึงต้องดูฤกษ์กันด้วยหรอวะไอ้เยดเครก....วันนี้ขึ้นสิบห้าค่ำ..พระจันเต็มดวงเอาเว่ยฤกษ์ดีออกไปเก็บขยะเว่ย!!!พ่อมึงตายป่ะ....ที่ไทยแม่งทิ้งกันสนุกสนานจนจะกลายเป็นประเพณีอยู่ละ....เชี่ยเอ๊ย....นี่เป็นแค่กฎระเบียบ..ไม่ใช่สิ...กฎหมายเล็กๆอันนึงที่กูไม่ชินขั้นรุนแรง.....
อีกเรื่องที่กูไม่ค่อยสบอารมณ์....ไม่ทราบว่าด้วยสภาพภูมิประเทศหรือเหี้ยอะไรดลบันดาลให้บ้านเรือนญี่ปุ่นสร้างกำแพงได้บางเฉียบขนาดนั้นจนผ้าอนามัยยี่ห้อนึงได้ไอเดียไปทำผ้าอนามัยบาง1มิลลิเมตรใส่แล้วรู้สึกสบายเหมือนไม่ได้ใส่....ถูกต้อง...คอนเซ็ปเดียวกัน.....กำแพงบางเหมือนไม่มี.....คะรวยเถิด.....จะตดจะเรอเหี้ยไรนี่แม่งได้ยินกันหมด.... “เมื่อกี๊.....เสียงใช้ได้เลย....รัวเชียวเป็นร็อคแอนด์โรวเลย.....ท้องอืดใช่ม้า....อ่ะ...นี่ยา....ของเค้าดีนะ...เอาไปกินซะจะได้หาย”.......กูว่าอีกหน่อยคงมีเหตุการณืนี้เกิดขึ้นอ่ะ......เฮ้ย......อย่าพึ่งหาว่ากูเว่อร์.....กูพูดจิง.....กูโดนด่ามาหลายรอบละ....ไม่ใช่กูตดนะเว่ย....คือกูก็นะ...สังคมดีงัย....เพื่อนๆมาปาร์ตี้...แดกเหล้าเมามาย....ถูกต้องแดกเหล้าต้องมาพร้อมเสียงหัวเราะเฮฮา...และไม่มีการอั้นแน่นอน....เพราะพวกกูไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อยกันอยู่ละ....มาเลย..... “เบาๆหน่อย....หนวกหู” ข้างห้องตะโกนด่ามาแบบเวอร์ชั่นฮาร์ดคอ.....กูแม่งส่างเลย...ไอ้เหี้ยเอ๊ย...กูรีบเรียกลิมิตกูกลับมาเลยเพราะเดี๋ยวกูจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน....จังหวะนั้นกูรู้สึกผิดมาก.....ออกแนวเสแสร้งเป็นคนดี...ก็เงียบปากและเลิกปาร์ตี้กันไปแบบใส่เสื้อเอวลอยหลายสีรมบ่จอยลิฟกับออยเดินแยกย้ายกันไป.....ครั้งแรกเว่ย...กูโดนด่า...โอ้วววววโน่ววววว......กูเขียนจดหมายไปขอโทดเค้าเลยนะเว่ย....ว่าเออกูขอโทดกูยังไม่ชินกับสังคมอนามัยของญี่ปุ่นที่กินนมเข้านอนกันตั้งกะสองทุ่ม....กูเลยเสียงดังไปหน่อยถ้ามีไรที่กูเกินเลยไปก็บอกก็เตือนด้วย...เห็นมั้ยมึง.....กูสุภาพสุดๆ...... อาทิตย์ถัดมา “หนวกหูเว่ย” คราวนี้มาแบบแบล็คเมทท่อล......เยสแม่นี่....ปาร์ตี้กูก็ไม่มี....กูแค่ชิวๆกับพี่กูแดกเบียขำๆจะเสียงดังอะไรขนาดนั้น.....อันนี้มึงหูดีเกินไปละสัด...ไม่ใช่ความผิดกูละไอ้เหี้ย...เห็นหงอหน่อยเอาใหญ่เลยไอ้เหี้ยแก่นี่.....หลังจากวันนั้นกูก็เรียกแม่งว่าลุงป้าหน้าส้นตีน....กูไม่รู้ว่าหน้าตาเค้ามีง่ามนิ้วหรืออะไรรึป่าวแต่กูรู้สึกว่าสันดานแบบนั้นเหมาะสมกับชื่อนี้ที่สุด.....แล้วขอโทดพวกมึงเคยออกจากบ้านกันมั่งหรือไม่.....กูเห็นมึงอยู่บ้านกันตลอด....กูอยากเห็นหน้าตาลูกหลานมึงจิงๆ.....สัดเอ๊ย....หรือมึงวันวันไม่ทำเหี้ยไรคอยนั่งฟังกูอย่างเดียวเลยป่ะเนี่ย.....ไอ้ห่าเอ๊ย.....กูเริ่มเดือดๆๆๆๆๆ.......รู้สึกว่ากูถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวจนกูพยายามหาอุปกรณ์เหี้ยไรมากมายที่จะสามารถทำให้กูเป็นห้องเก็บเสียง.....หาหาไป...แม่ง....แพงนะเว่ย....ทำไมต้องเป็นกูวะ...ให้ไอ้เหี้ยแก่นั่นหาเดะวะ....เออออออออออ........แล้วกูก็ตาสว่างค้นพบสัจธรรมว่าเมิงจะด่าก็เรื่องของมึง....ด่าได้ด่าไปไอ้สัด....อาจมีถึงขั้นโทรเรียกตำรวจเพราะกูเคยโดนไอ้เหี้ยลุงแก่คนนึงจะโทรเรียกตำรวจมาจับกูข้อหาเสียงดังหน้าเซเว่น...พ่อมึงตายเหอะ(แก่หัวโล้นขนาดนั้นกูก็ว่าพ่อมันก็คงตายไปแล้วล่ะ)...ที่นี่เป็นแบบนี้เว่ย.....เอะอะเรียกตำรวจ....เรียกตำรวจเรียกตำรวจ........กรี๊ดๆๆๆๆกลัวที่สุดเลยคุณตำรวจ.....คะรวยเถอะคับ.....เมิงเรียกมาเลย....ในโรงพักมีกี่คนมึงเกณฑ์มาเลยนะ....ภารรงภารโรงเหี้ยไรเอามาให้หมดกูชอบคนในเครื่องแบบ....กูไม่ได้ฆ่าใครซะหน่อยอีเหี้ย.....“ก้อยแม่งติดคุกตลอดชีวิตข้อหาเสียงดังหน้าเซเว่นว่ะ”....กูว่าเหตุการณ์นี้คงไม่มีแน่นอน....ที่นี่มึงจะทำเหี้ยไรก็ดูเสียงดังไปหมด...จิงๆไม่ใช่เพราะมึงเสียงดังหรอก....แต่เป็นเพราะข้างนอกมันเงียบตะหาก.....แม่งเงียบจิง......เหี้ยเอ๊ยกูนึกว่าตี3...จิงๆแค่2ทุ่ม....ห่าเอ๊ย....มันเลยทำให้มึงกลายเป็นคนเสียงดังไปโดยปริยาย..... ด้วยระบบการดำรงชีวิตแบบนี้ทำให้กูเริ่มรู้สึกแย่กับประเทศบอร์นทูบีฟรีของกู....ทำให้กูเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองอะไรหลายๆอย่างในชีวิต.....อาทิเช่น.... เมื่อก่อนเห็นเด็กญี่ปุ่นปั่นจักรยานสามล้อแก้มแดงน่ารัก.......อู้ยยยย...เด็กญี่ปุ่นน่ารักแก้มแดง....ฮิ้วๆๆ.....ถ่ายรูปๆ เด๋วนี้.....เด็กวัยเท่าคนเดิมเลยนั่งแก้มแดงปั่นจักรยาน.........สัดเอ๊ยเมิงรีบๆปั่นเลยนะ....ตอนนี้เมิงยังเด็กมึงยังมีโอกาสปั่น....เป็นไปได้มึงปั่นไปให้ถึงฮอกไกโดเลยจะดีมาก....เด๋วมึงโตมึงก็ไม่ได้ปั่นเล่นหน้าชิวแบบนี้แล้ว...มึงดูหน้าพ่อแม่มึงดิ.....หน้าหงิกเป็นส้นตีนนั่งรอมึงปั่นอยู่โน่นน่ะ....เด๋วอีกหน่อยมึงก็โตมาใช้ชีวิตเป็นหุ่นยนต์เหมือนไอ้หน้าส้นตีนตรงนั้นอ่ะ..........เฮ้อ......กูสงสารมึงว่ะ.....นี่คือมุมมองในตอนนี้ที่กูมีต่อเด็กญี่ปุ่น.....
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนละกันชิวๆ......มีอีกเพรียบ.....ว่างๆส่งโปสการ์ดมาได้นะ....เพราะกูนั่งดูตู้จดหมายว่างๆของกูทุกวันจนเพื่อนหอเดียวกันสมเภชแทบจะส่งมาให้กูเอง..... สมเภชก้อยเขียนโปสการ์ดหาก้อยสิครับ...... แต่เด๋วก่อนถ้าคุณส่งภายในสิบนาทีนี้ ฟรีทันทีลายเซ็นลุงป้าหน้าตีน.... ระวังของลอกเลียนแบบลุงป้าของแท้ต้องไม่ออกไปข้างนอก
Thanisara Ekkushido KG(206) 1 Kamikengyocho, Tanaka, Sakyoku Kyoto, Japan 606-8215 November 15 เหตุเกิดบนรถไฟ......เนื่องจากโรงเรียนนนนน...ของหนู...อยู่ไกลไก๊ลไกลลลลลลลล...........เรียนเชิญพี่ปู พงสิทธิ์ด้านหน้าเลยค้าบ.. พอ..... นั่นล่ะ..จะบอกว่าโรงเรียนกรูน่ะมานไกล....นั่งรถไฟซะชั่วโมงครึ่ง... จนกรูเนี่ยจะเป็นเพื่อนกะคนขับรถไฟทั้งสถานีละ... และเนื่องด้วยเกือบครึ่งวันของการเดินทางไปโรงเรียนอันยาวนานนี้เอง...... ประสบการณ์อะไรต่อมิอะไรมันก็มากนัก......หึหึหึ อย่างเช่น......
หลังจากที่กรูเรียนเสร็จทุ่มนึงขึ้นรถไฟกลับบ้านตามปกติด้วยสภาพเยี่ยงศพ... หนูเหนื่อยยยยยยยยยย ขึ้นตั้งกะต้นสาย...หึหึ.... ที่เดิมแห่งนี้ยังเป็นของกรูเสมออออออริมหน้าต่างคับพี่น้องงงงงงเพื่อหลับอย่างแรงงงงง รถไฟออก....สองสถานีผ่านไป... เด็กมัธยมหน้าตาคงแก่เรียนมานั่งข้างกรู.... กรูก็หันไปมองด้วยสายตาชื่นชมเล็กน้อย... เออมึงคงเป็นเด็กขยันเรียน......ดีดี.... ซักพัก.....น้องหยิบหนังสือขึ้นมา......ขึ้นมา.....ขึ้นมา........อ่าน.... อ่านนนน.......ออกเสียง ทำไมไอเด็กเปร๊ตตตตตตตตตตตตตตตตตตต..... กูจะนอนนนนนนนนนนนนนนนน อ่ะ...คิดในแง่ดี...น้องเค้าคงจะสอบ...ให้เค้าอ่านเด๋วแป๊บนึงมันก็หลับ...... ทนไปแป๊บนึงแป๊บนึง.... แป๊บนึงงงงงงงงไอห่านเอ๊ยอ่านจนกรูเนี่ยไปสอบแทนมึงได้ละไอเด็กเวน..... พยายามทนทน....หันหน้าเข้าหน้าต่างข่มตาหลับ.......ข่มข่ม..... อะหืม.....กลิ่นอะไรวะเนี่ย.....เงยหน้าหาต้นทาง.... เยสแม่มอาแปะที่นั่งข้างหน้ากูแม่มหาว...... อะโห.....สามเหลี่ยมเบอมิวด้าข้างหน้าก็เหม็นที่ประกบข้างกูก็สวดห่าไรไม่รู้.... กูล่ะอยากจะลาบวช.... แล้วอาแปะเนี่ย....ไม่ได้หาวทีเดียว.....ไม่รู้จะง่วงอะไรนักหน๊า...... หาวอยู่นั่นอ่ะเมิงง่วงมากเมิงก็หยุดหาวแล้วนอนไปสิอีเหี้ยน... จะฝืนทำม๊ายยยยยยยยให้มันขมขื่นที่ใจกูเนี่ยยยยยยยยยย.... แล้วนี่เมิงแดกขี้หรือแดกข้าวเนี่ยยยยยยยกลิ่นก็แรงเกิ๊นนนนน.... .อีเด็กนี่ก็ท่องหนังสือจนประสาทรับรู้กลิ่นแม่มเสื่อมไปแล้วมั้งเนี่ยถึงไม่ได้กลิ่นเนี่ยยยยย...... โอยยยย......กรูอยากออกไปจากสามเหลี่ยมมุมมืดเน่..... แล้วกรูก็ผลอยหลับ...หรือสลบไปกูก็ไม่แน่ใจ แต่ตื่นมาอีกทีก็ถึงสถานีปลายทางโดยปลอดภัยไร้สารก่อมะเร็งทางจิตใจเรียบร้อยซะแล้ว...
เช้ามาขึ้นรถไฟไปเรียนตามปกติ.... แต่ที่ไม่ปกติ.....คือคุณป้า...เสื้อแดง.......แรง....กลิ่น...ตดดดดดดดดดดดดดดด ไอห่านเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย..... กรูไม่ได้ใส่ความหรืออคติอะไรนะแต่คุณป้าที่นั่งข้างกรู.....เสื้อแดงสุดสวย(กรูหมายถึงเสื้อ).... แม่มมมมมมมมมมเห็นรถไฟเป็นส้วมหรืองัยวะ..... ตอนแรกกรูก็ไม่รู้หรอก.... แต่นี่ป้าแกเล่นยอมรับโดยการหันมายิ้มหวานประกาศชัยระบายกลิ่นมาขนาดนี้.......... ยิ้มแล้วถือว่าตดได้หรอวะ.....งี้ถ้าเมิงหัวเราะนี่เมิงไม่ขี้บนรถไฟเลยหรออีป้า...... โห....กรูอยากจะเขวี้ยงด้วยอีโน....กรดเมิงมากนักใช้มะฮ้า...... โอ๊ย....บ้านกรูไม่ไกลนี่กรูไม่ง้อหรอกสาด....ฮึ่มๆๆๆๆคุณป้าเสื้อแด๊งงงงงงงงงงง
แล้วพรุ่งนี้กรูจะเจออะไรอีกละคับพี่น้องค้าบบบบฮึกๆ October 17 มันมัวมัวป่าววะเฮ่ย......คือ....กรูก็เป็นลิงถ่อยๆตัวนึงที่ไม่ค่อยอยู่ในกฎในเกณฑ์อ่ะนะอันนี้ทุกคนคงทราบดี...
แต่คือถ้ากฎเกณฑ์นั้นมันสมเหตุสมผล...ลิงอย่างกรูก็ไม่ถ่อยขนาดไม่ยอมรับมันหรอก...กรูมีอารยธรรมช่วยเหลือด้วย...
แต่นี่มันอะไรกันครับพี่น้อง....บ้านนี้เมืองนี้มันอะไรก๊านนนน...
บีบกรูไปหนายยยยเมิงจะบีบกรูไปหนายยยยคร้าบบบบบคุณญี่ปุ่น...
ชอบจิงๆเลยกฎอะไรที่มันแบบ......เมิงทำทำไม.....ฮ้า....เมิงทำทำม๊ายยยย...
ผู้ชมทางบ้านอาจนึกไม่ออกกฎอะไรเหรอ...ยกตัวอย่างคับ...เด๋วป๋มยกตัวอย่างกฎมัวๆที่มันคันจิตใจลิงถ่อยๆตัวนี้มานานนม
ห้ามขี่จักรยานซ้อนท้ายกัน
ในที่นี้หมายถึงมีคนขับแล้วก็มีคนนั่งซ้อนท้ายหรือยืนก็ตาม....ห้ามคับห้าม....สอบถามถึงเหตุผล...ได้คำตอบมาว่า
" มันอันตรายนะหนู....เด๋วล้มไปแล้วจะเกิดอุบัติเหตุ......."
เอ้า.........ไอเหี้ยนนนนน....จุดนี้มันอยู่ที่สกิลการขับครับ......อ๊ะกูมั่นใจว่ากรูขับได้อ่ะ....ทำไมเมิงต้องมาเป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้ด้วย....
แล้วอีขี่ไม่เก่งเมิงจะซ้อนกันทำไม...ล้มแล้วเดือดร้อนชาวบ้านเลย...
แล้วอีกอย่างกูคาใจมาก....เมิงห้ามซ้อนท้าย...แต่จักรยานเมิงจะทำที่นั่งซ้อนข้างหลังไว้ทำส้นตึกอะ....ไร...ฮ้า.....
สอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสร้างจักรยานญี่ปุ่น คุณ โทมาดะ อวัยวะ ได้คำตอบว่า...
"อาโน...มานเอาว้ายวังขงคับ" แปลเป็นไทย..."มันเอาไว้วางของคับ"
สัด!!!!!!!!!วางของเมิงไม่ทำตะกร้าวะ....ห่าแม่งทำมาหลอกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ห้ามคุยโทสับบนรถไฟและรถเมหรืออาจลามไปถึงรถโดยสารชนิดอื่นๆ
ทำไมเหรอคับ....กรูไปเอาโทสับเมิงมาโทรหรือก็เปล่า....โทสับก็ของกู....เพื่อนก็เพื่อนกู...เมิงมาอะไรก๊านนนน
สอบถามไปอีกแล้วครับ...ได้คำตอบมาว่า....มันรบกวนบุคคลรอบข้าง...เพราะมันเสียงดัง...
อ้าวววว.....แล้วอีกลุ่มนักเรียนแก๊งแมงป่องแดงเหี้ยนไรที่แม่งขึ้นกันมาเป็นเดอะแก๊งแล้วมาแว๊ดๆๆๆๆ...
มันไม่เสียงดังกว่าหรอวะเฮ่ยยยย....
แต่คำถามนี้มีคำตอบชวนคันใจอย่างแรงอีกกระแส...ตอบมาว่า....
สาเหตุที่ไม่ให้ใช้โทสับนั้นเป็นเพราะว่า....ว่าว่าว่า.....ว่า(เป็นเอ๊กโค่ด้วย)
เวลาคุยโทรศัพนั้นคนรอบข้างจะได้ยินบทสนทนาแค่ฝ่ายเดียวและจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนึงสื่อสารอะไรอยู่
เป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย อาจมีแนวโน้มไปทางก่อการร้ายได้
ไอสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด........มึงเสือกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...
เมิงคิดได้งัยเนี่ยยยยยยย........ห่า..........กรูรับ......ไม่.......ได้............................
ห้ามเดินสูบบุหรี่
นี่เพิ่งออกใช้เลย....เมิงไม่ให้เดินสูบ...เมิงให้เค้าหมอบคลานสูบหรอสาดดดดดดด
เหตุผลคือ.....ป้องกันการสูบบุหรี่แล้วทิ้งลงพื้นทำให้เกิดขยะไม่เป็นที่น่ามอง...
ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยย.....คนที่เค้าสูบแล้วเค้าไม่ทิ้งลงพื้นก็มีไอแสดดดดดดดด....
มันอยู่ที่จิตใต้สำนึกของแต่ละคนเดะวะเฮ่ยยย......เมิงก็เหมารวม...
แล้วเมิงจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุกันไปไหนเนี่ย....ฮ้า.....
งี้เมิงไม่ห้ามขับรถเลยวะ...ป้องกันการเกิดอุบัตเหตุบนถนน
ป้องกันปัญหาจราจรแม่งไม่ห้ามซื้อรถเลยหรอวะ....
เมิงจะต้นเหตุไปไหนวะเฮ่ย......
ลิง......งง........
|
|
|||
|
|